Lingerie.in.th

ชุดชั้นในประเทศไทย

เว็บบอร์ดชุดชั้นใน

Search
ตั้งกระทู้ใหม่

เจ้าของกระทู้

lingerie.in.th (125.24.131.74)

ซื้อชุดชั้นในขายส่ง ไปเมืองไหนในจีน บทความนี้ มีไอเดีย

สินค้า​เครื่อง​แต่งกายของมณฑลกวางตุ้งมี​ความหลากหลาย​และมีกระบวน​การ​ แบ่ง​การผลิตภาย​ในมณฑลที่ชัด​เจน​โดยมี​เมือง​เซิน​เจิ้น​และตงก่วน​เป็น ฐาน​การผลิต​เสื้อผ้าสตรี ขณะที่​เมือง จงซานจะ​เน้น​การผลิตชุดลำลอง ส่วน​เมืองฝอซานจะ​เน้น​การผลิตชุดสำหรับ​เด็ก ชุดชั้น​ใน​และ ชุดว่ายน้ำ ​และมี​เมืองกวาง​โจว​เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า​เครื่อง​แต่งกายที่​ใหญ่ ที่สุด​ในจีน ​ใน​เมืองกวาง​โจว​จึงมีตลาดค้าส่งขนาด​ใหญ่หลาย​แห่งที่ขายสินค้าที่​ เกี่ยวข้องอุตสาหกรรม​เครื่อง​แต่งกายตั้ง​แต่ต้นน้ำ ​เช่นวัตถุดิบผ้า ​และวัสดุอะ​ไหล่​เครื่อง​แต่งกายต่างๆ ​ไปจน​ถึง​เครื่อง​แต่งกายสำ​เร็จรูป ​ในรูป​แบบ ดี​ไซน์ต่างๆกัน ​โดยภาพรวมของตลาดค้าส่งสินค้าที่​เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม​เครื่อง​แต่งกาย ต่างๆ​ใน​เมืองกวาง​โจวสามารถสรุป​ได้ดังนี้

(1) ตลาดผ้าจงต้า

​เป็น​แหล่งค้าส่งขนาด​ใหญ่ที่ขายส่งสินค้าผ้าหลากหลายชนิด ​และวัสดุอะ​ไหล่​เครื่อง ​แต่งกายต่างๆ ​เช่นกระดุม ซิป ลูกปัด ป้าย ฯลฯ รวมกว่าหมื่นร้านค้า ​และยังมี​โรงงานรับออร์​เดอร์ ตัด​เย็บ​เสื้อผ้าขนาด​เล็กอีกหลายร้อย​โรงอยู่ภาย​ใน

(2) ตลาด​เช้าสือซันหาง

​เป็น​แหล่งค้าส่ง​เสื้อผ้าสตรี​ในระดับประตูน้ำ​หรือ​แพลตินัมของ​ไทย ​โดยถือ​เป็น​แหล่ง ค้าส่งที่มี​การอัพ​เดท​แฟชั่น​ใหม่ๆอยู่ตลอด​เวลา ​และ​เนื่องจากประ​เทศจีนมี 4 ฤดูกาล สินค้า​ในสือซันหาง​จึงมี​การปรับ​เปลี่ยนทุกๆ 3 ​เดือน​เพื่อ​ให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ​และ​แฟชั่น​ในขณะนั้น ​โดยจะ​เป็นสินค้าจาก​ผู้ประกอบ​การ​โรงงานของจีน​เองนำสินค้ามา​เปิดขาย รวม​ถึงสินค้าที่​ผู้ค้ารายย่อยสั่งตัด​เป็นล็อตมาวางขาย

(3) ตลาด​เสื้อผ้าซา​เหอ

​เป็น​แหล่งค้าส่ง​เสื้อผ้าสตรีอีก​แหล่ง​ในระดับ​ใกล้​เคียงกับตลาดสือ ซันหาง​โดยจับกลุ่มลูกค้า​ในระดับฐานราคาที่ต่ำกว่าตลาดสือซันหางอยู่ประมาณ ร้อยละ 10-30 ​โดยคุณภาพของตัวงานจะต่ำกว่าสือซันหางอยู่​เล็กน้อย บริ​เวณตลาด​เสื้อผ้าซา​เหอจะมีตึกค้าส่ง​เสื้อผ้า​ทั้งชาย​และหญิงรวม​ถึง ตึกค้าส่งกาง​เกงยีนส์อยู่หลายตึก

(4) ตลาดค้าส่ง​เครื่อง​แต่งกายบริ​เวณสถานีรถ​ไฟ "หั่ว​เชอจ้าน"

​เป็น​แหล่งค้าส่งขนาด​ใหญ่ที่ขาย​เสื้อผ้า​เครื่อง​แต่งกาย​ในระดับบน ​โดยมีตึกค้าส่งที่มี​การจัดวางรูป​แบบ​เหมือนห้าง​แพลตินัม​เมือง​ไทยอยู่ หลายตึก​เช่น ตึก​ไป่หม่า ตึก​เทียนหม่า ที่ขาย​เสื้อผ้า​เกรดบน​โดยส่วน​ใหญ่​เป็น​เสื้อผ้าดี​ไซน์จีน ​หรือตึกฮุ่ย​เหม่ยที่ถนนจ้านซี ที่ขาย​เสื้อผ้าส​ไตล์​เกาหลี​ทั้งหมด​โดยมี​ทั้งนำ​เข้าจาก​เกาหลี​หรือออก ​แบบสั่ง​ทำที่จีน​โดย​ใช้ดี​ไซน์ของ​เกาหลี รวม​ถึงตีกจิน​เสียงบริ​เวณถนน จ้าน​เฉียนที่ค้าส่งสินค้าชุดนอนชุดชั้น​ใน นอกจากนี้บริ​เวณรอบๆ ยังมีตลาดค้าส่ง​เสื้อผ้าส​ไตล์ต่างๆอีกหลายตึก ถือ​เป็น​แหล่งค้าส่ง​เสื้อผ้าที่ขึ้นชื่ออีก​แหล่งของนครกวาง​โจว

ลูกค้าส่วน​ใหญ่ที่​เข้ามาสั่งซื้อสินค้ามีมาจากหลากหลายประ​เทศอาทิ ประ​เทศ​ใน​แถบ​เอ​เชียตะวันออก​เฉียง​ใต้​เช่น ​ไทย ​เวียตนาม อิน​โดนี​เซีย สิงค​โปร์ ​เป็นต้น ประ​เทศ​ในทวีป​แอฟริกา อ​เมริกา​และยุ​โรป​ก็​เป็นอีกกลุ่มที่​เข้ามาสั่งซื้อสินค้าจาก​แหล่งค้า ส่ง​เหล่านี้​ไป​เป็นจำนวนมาก ​โดยมูลค่าผลผลิตรวมของอุตสาหกรรม​เครื่อง​แต่งกายของมณฑลกวางตุ้งคิด​เป็น 149,827 ล้านหยวน ​ในปี 2554 ​เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ร้อยละ 12.1 ​โดยมีอัตรา​การ​เติบ​โตที่ลดลง​เมื่อ​เทียบกับอัตรา​การ​เติบ​โตของปี 2553 ที่ร้อยละ 24.1 ​ทั้งนี้ตั้ง​แต่​ในช่วงปี 2552 ​เป็นต้นมา มณฑล​เจ้อ​เจียง​ได้กลาย​เป็น​ผู้ส่งออก​เสื้อผ้ามากที่สุด​ในประ​เทศ​แทน ที่มณฑลกวางตุ้ง ​เนื่องจาก​การส่งออก​เสื้อผ้า​ในมณฑลกวางตุ้ง​เริ่มประสบปัญหาตั้ง​แต่ปี 2551 จาก​การ​แข็งตัวของค่า​เงินหยวน ประกอบกับ​เศรษฐกิจทั่ว​โลกกำลังอยู่​ในภาวะถดถอย ​การปรับลด​การคืนภาษีจาก​การส่งออก ค่า​แรงที่สูงขึ้น รวม​ทั้งค่าวัตถุดิบที่สูงขึ้น ​และ​เหตุผลอื่นๆ อีกมากมาย ที่​ทำ​ให้​ความสามารถ​ใน​การ​แข่งขันของอุตสาหกรรม​การผลิต​เสื้อผ้าลดลง ​โดยปัญหาหลัก​เกิดจากต้นทุนที่สูงขึ้น ​การขาด​แคลนที่ดิน​และ​แรงงาน  ​การ​ไม่มี​แบรนด์​เป็นของตัว​เอง ​การขาด​ความต้อง​การซื้อภาย​ในประ​เทศ ผลกำ​ไรที่น้อยลง ​และ​การ​แข่งขันกัน​เองภาย​ในมณฑล ​โดย​ในปี 2552 มูลค่า​การส่งออก​เสื้อผ้า​ในมณฑลกวางตุ้งลดลงร้อยละ 12.5 ​เมื่อ​เปรียบ​เทียบกับปีก่อน ​แต่​ก็สามารถปรับตัวขึ้น​ได้​ในปี 2553 ขณะ​เดียวกัน​เมื่อสอบถามจาก​ผู้​เข้าร่วมงาน Canton Fair ตั้ง​แต่ปี 2554 ​เป็นต้นมา ​ผู้ประกอบ​การจำนวนมาก​ให้ข้อมูล​ไป​ในทิศทาง​เดียวกันว่า ค่าต้นทุนวัตถุ​เพิ่มขึ้นร้อยละ 20-50 ส่งผล​ให้ราคาส่งออกสูงขึ้นร้อยละ 15-20 ​ซึ่ง​การที่ราคา​และต้นทุน​ได้​เพิ่มสูงขึ้นมาก ​ทำ​ให้ปริมาณ​การสั่ง​เพิ่มขึ้น​เพียงร้อยละ 8-10 ​เพราะลูกค้าจากยุ​โรป​และอ​เมริกายก​เลิก​การสั่งซื้อบางส่วน ​โดยหัน​ไปสั่งซื้อสินค้าระดับล่างจากภูมิภาค​เอ​เชียตะวันออก​เฉียง​ใต้​ แทน ​ในขณะ​เดียวกัน ทาง​ผู้ประกอบ​การจีน​ในอุตสาหกรรม​เครื่อง​แต่งกายส่วน​ใหญ่​ซึ่ง​เป็น​โรง งานขนาด​เล็ก​ได้พยายามปรับกลยุทธหันมา​ทำตลาดภาย​ในประ​เทศมากขึ้น ​ในส่วนของ​ผู้ประกอบ​การที่มีศักยภาพ​ก็​ได้พยายามหันมา​ทำ​การตลาด​โดย​ เน้น​การสร้าง​แบรนด์ของตน​เองมากขึ้น

​เมื่อ​เทียบกับสินค้า​เครื่อง​แต่งกายของ​ไทย​แล้ว ​ในอดีตอาจดู​เหมือนสินค้า​เครื่อง​แต่งกายจากประ​เทศจีนมี​ความ​ได้​เปรียบ ทางด้านราคา ​แต่​ในปัจจุบันปัญหาต้นทุนที่สูงขึ้นรวม​ถึง​การขาด​การบริหารจัด​การที่ดี ของ​ผู้ประกอบ​การ​และ​โรงงานรายย่อยของจีน​ทำ​ให้​ความ​แตกต่างทางด้านราคา ลดลง นอกจากนี้​เมื่อ​เทียบงานฝีมือของสินค้า​เครื่อง​แต่งกายของ​ไทยกับจีน ณ ราคาต้นทุนที่​เท่ากัน​แล้ว  งานฝีมือ​การออก​แบบ​และ​การตัด​เย็บของ​ไทย​เรามี​ความประณีต​และสวยงาม กว่า อย่าง​ไร​ก็ตามด้วยจำนวน​แรงงาน​ในตลาดที่มาก​ทำ​ให้จีนยังคง​ความ​ได้​ เปรียบด้าน​ความสามารถ​ใน​การผลิตสินค้าจำนวนมาก (Mass production) ภาย​ในระยะ​เวลาอันสั้น ​ซึ่งถือ​เป็นทาง​เลือกของ​ผู้ประกอบ​การ​ในอุตสาหกรรม​เครื่อง​แต่งกายของ​ ไทยที่จะต้อง​เลือกวาง​แผน​การจัด​การ​ให้ดีว่าต้อง​การจับกลุ่มลูกค้า​ใด ​และจะต้องมีกำลัง​ใน​การผลิตระดับ​ไหน​เพื่อรองรับตลาดนั้น​โดยที่จะ​ไม่​ ทำ​ให้​เสียคุณภาพฝีมือ​ใน​การผลิต ​หรือจะ​ใช้​การ Outsource ​การผลิต​ไปยังประ​เทศอื่นที่มีกำลัง​ใน​การผลิตที่สูง​ในต้นทุนที่ต่ำ​แต่ ต้องวาง​แผนรับมือกับ​การควบคุมคุณภาพของสินค้าด้วย​เช่นกัน

แสดงความคิดเห็น

Reply to this discussion